แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประคองจิต แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประคองจิต แสดงบทความทั้งหมด

INDHAMMA:การประคองดวงจิตก่อนตาย

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

การที่จะประคองดวงจิตก่อนที่จะดับสิ้นอัสสาสะ ปัสสาสะหรือพ้นจากโลกนี้ไป 

จะมีวิธีทำอย่างไรจึงจะ เป็นทางให้ไปสู่สุคติ และไม่มีทุกขเวทนาบีบคั้น

การที่จะมีทุกขเวทนาบีบคั้นหรือไม่

อยู่ที่ ความตั้งใจแน่วแน่ เมื่อก่อนที่ดวงจิตจะดับ 

ก่อนที่ อัสสาสะปัสสาสะจะสิ้น ต้องตั้งดวงจิตให้มั่นใน 

ทางกุศลที่ได้อบรมไว้ อุทิศกรรมแก่สัตว์ทั้งหลาย 

เจ้าก็จักเข้าสู่ความสงบ เมื่อเจ้าพ้นจากโลกนี้ไปแล้ว 

เจ้าจะต้องยึดมั่นในสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้เป็นเครื่องช่วย 

ชุบชูวิญญาณของเจ้าไปสู่สุคติในสัมปรายิกภพโน้นโดยเร็ว

หลังจากที่เจ้าได้ใช้กรรมในภพโน้นสิ้นแล้ว 

สิ่งใดไม่วิเศษยิ่งไปกว่าพระรัตนตรัย

ก่อนดวงจิตจะดับ เจ้าจะต้องตั้งสติให้มั่นอย่าประมาท อย่าลืมตัว เมื่อจิตเจ้าแน่แน่วและยึดไว้ดีแล้ว 

ไม่มีอะไร จะมาบีบคั้นเจ้า ถ้าจิตเจ้าไม่มั่น อาจนึกถึงแต่ สิ่งชั่วร้ายอันเป็นกิเลส พอกพูนดวงจิต 

ความโลภ ความโกรธ ความหลง มีอุปาทานยึดมั่นในร่างกาย ในดวงจิต มีอวิชชาคลุมจิตใจไม่ให้ผ่องใส

เสียแล้ว เมื่อนั้นแหละ กรรมจะบีบคั้นดวงจิตเจ้าให้หลุดพ้น จากร่างนี้ไป ฟังอย่างนี้แล้วพึงตั้งใจให้มั่น

อยู่เสมอว่า เจ้าต้อง มีสติอยู่ตลอดเวลา จะประมาทขาดสติมิได้ มีความยึดมั่นในองค์สมเด็จพระบรมศาสดา

สัมมาสัมพุทธเจ้า และคุณพระรัตนตรัยเป็นที่ตั้ง ยึดมั่นในกุศลผลบุญที่เจ้าได้สร้างเป็นอหิงสา 

คือไม่เป็นผู้ดิ้นรน ดับกิเลสคือความอาฆาต มาดร้ายสิ้นแล้ว จิตเจ้าจะสงบ บางคนจุดธูปไหว้พระงึมงำ 

แต่ใจไปอยู่ในครัว ไปอยู่ที่อื่น เช่นนี้ไม่เกิดประโยชน์อันใดเลย รังแต่จะเป็นราคีมัวหมองแก่การประพฤติ

ปฏิบัติ ในการกุศล หาเป็นประโยชน์อันใดไม่ ไม่ได้ จุดธูปเทียนแต่พนมด้วยมือสิบนิ้ว กับดวงใจ 

ถือเป็นประดุจดอกบัวบูชาแก่คุณพระรัตนตรัย สวดมนต์ในใจไม่ดังด้วยความตั้งใจมั่นด้วย เจตนาอันบริสุทธิ์

ที่จะสร้างบุญกุศลอันแท้จริงแล้ว หูไม่ฟังเรื่องร้าย ไม่เอาตาไปดูสิ่งที่ไม่ควรดู 

ย่อมยิ่งกว่าจุดธูปเทียนบูชาต่อหน้าคนนับพัน ถ้าเจ้าตั้งใจมั่นแล้วดีเสมอ คาถาที่ข้าจะให้วันนี้ ก็คือ 

"อย่าประมาทขาดสติ"

สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

Dhamma together:ทำไมจึงต้องภาวนาพุทโธ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...



ที่ให้ภาวนา พุทโธนั้น เพราะพุทโธ เป็นกิริยาของใจ

ถ้าเราเขียนเป็นตัวหนังสือเราจะเขียน

พ-พาน-สระอุ-ท-ทหาร-สระโอ ธ-ธง อ่านว่า พุทโธ

อันนี้เป็นเพียงแต่คำพูด เป็นชื่อของคุณธรรมชนิดหนึ่ง

ซึ่งเมื่อจิตภาวนาพุทโธแล้วมันสงบวูบลงไปนิ่ง สว่าง รู้

ตื่น เบิกบาน พอหลังจากคำว่า พุทโธ มันก็หายไปแล้ว

ทำไมมันจึงหายไป

เพราะจิตมันถึงพุทโธแล้ว จิตกลาย เป็นจิตพุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน เป็นคุณธรรมที่ทำจิต

ให้เป็นพุทธะ เกิดขึ้นในจิตของท่านผู้ภาวนา พอหลังจากนั้นจิตของเราจะหยุดนึกคำว่าพุทโธ

แล้วก็ไปนิ่ง รู้ ตื่น เบิกบาน สว่างไสว กายเบา จิตเบา กายสงบ จิตสงบ ยังแถมมีปีติ มีความ

สุขอย่างบอกไม่ถูก อันนี้มันเป็นพุทธะ พุทโธ

โดยธรรมชาติเกิดขึ้นที่จิตแล้ว พุทโธ แปลว่า ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน เป็นกิริยาของจิตมันใกล้กับ

ความจริง แล้วทำไมเราจึงมาพร่ำบ่น พุทโธๆ ๆ ในขณะที่จิตเราไม่เป็นเช่นนั้น ที่เราต้องมา

บ่นว่า พุทโธ นั่นก็เพราะว่า เราต้องการจะพบพุทโธ ในขณะที่พุทโธยังไม่เกิดขึ้นกับจิตนั้นเรา

ก็ต้องท่อง พุทโธๆ ๆ ๆ เหมือนกับว่า เราต้องการจะพบเพื่อนคนใดคนหนึ่ง เมื่อเรามองไม่เห็น

เขา หรือเขายังไม่มาหาเรา เราก็เรียกชื่อเขา ทีนี้ในเมื่อเขามาพบเราแล้ว เราได้พูดจาสนทนา

กันแล้ว ก็ไม่จำเป็นจะต้องไปเรียกชื่อเขาอีก ถ้าขืนเรียกช้ำๆ เขาจะหาว่าเราร่ำไร ประเดี๋ยว

เขาด่าเอา ทีนี้ในทำนองเดียวกัน ในเมื่อเรียก พุทโธๆ ๆ เข้ามาในจิตของเรา เมื่อจิตของเรา

ได้เกิดเป็นพุทโธเอง คือผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน จิตของเราก็หยุดเรียกเอง ทีนี้ถ้าหากว่าเรามี

ความรู้สึกอันหนึ่งแทรกขึ้นมา เอ้า ควรจะนึกถึงพุทโธอีก พอเรานึกขึ้นมาอย่างนี้ สมาธิของ

เราจะถอนทันที แล้วกิริยาที่จิตมันรู้ ตื่น เบิกบาน จะหายไป เพราะสมาธิถอน ทีนี้ตาม

แนวทางของครูบาอาจารย์ที่ท่านแนะนำพร่ำสอน ท่านจึงให้คำแนะนำว่า เมื่อเราภาวนาพุทโธ

ไป จิตสงบวูบลงนิ่ง สว่าง รู้ ตื่น เบิกบาน แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ท่านก็ให้ประคองจิตให้อยู่ใน

สภาพปกติอย่างนั้น ถ้าเราสามารถประคองจิตให้อยู่ในสภาพอย่างนั้นได้ตลอดไป จิตของเรา

จะค่อยสงบ ละเอียดๆ ๆ ลงไป ในช่วงเหตุการณ์ต่างๆ มันจะเกิดขึ้น ถ้าจิตส่งกระแสออกนอก

เกิดมโนภาพ ถ้าวิ่งเข้ามาข้างในจะเห็นอวัยวะภายในร่างกายทั่วหมด ตับ ไต ไส้ พุง เห็นหมด

แล้วเราจะรู้สึกว่ากายของเรานี้เหมือนกับแก้วโปร่ง ดวงจิตที่สงบ สว่างเหมือนกับดวงไฟที่เรา

ขุดไว้ในพลบครอบ แล้วสามารถเปล่งรัศมีสว่างออกมารอบๆ จนกว่าจิตจะสงบละเอียดลงไป

จนกระทั่งว่า กายหายไปแล้ว จึงจะเหลือแต่จิตสว่างไสวอยู่ดวงเดียว ร่างกายตัวตนหายหมด

ถ้าหากจิตดวงนี้มีสมรรถภาพพอที่จะเกิดความรู้ความเห็นอะไรได้ จิตจะย้อนกายลงมา

เบื้องล่าง เห็นร่างกายตัวเองนอนตายเหยียดยาวอยู่ ขึ้นอืดเน่าเปื่อยผุพังสลายตัวไป

(หนังสือฐานิยตฺเถรวตฺถุ เนื่องในงานพระราชทานเพลิงศพ พระราชสังวรญาณ (พุธ ฐานิโย)

ณ วัดป่าสาลวัน อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๔๓)

Select your language