แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จิตอาสา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จิตอาสา แสดงบทความทั้งหมด

INDHAMMA:ถ้ามีคนรอบข้างเป็นโรคซึมเศร้า เราควรจะทำอย่างไร?

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...


คนที่เป็นโรคซึมเศร้า

มักจะเป็นผู้ที่ปล่อยให้มีความคิดที่ไม่ดีบางอย่างตกร่อง 

จิตจะวกวนในความคิดเก่าๆ 

โดยเฉพาะความคิดในทางที่ว่าเราไม่ดี 

เราทำอะไรไม่สำเร็จ เราแย่ เป็นต้น 

ฉะนั้นในเมื่อจิตตกร่องอย่างนี้ มักจะมีผลให้ไม่ออกกำลังกาย 

ไม่ทานอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย 

แล้วจิตใจก็หมกมุ่นแต่เรื่องของตัวเอง

ฉะนั้นในเบื้องต้นก็เป็นเรื่องพื้นฐาน หรือว่าจะต้องพยายามชวนให้ออกกำลังกาย ออกจากห้อง 

ออกจากบ้าน เปลี่ยนสิ่งแวดล้อม ถ้าอยู่ในกรุงในเมืองก็ออกไปต่างจังหวัดถ้าเป็นไปได้ 

อย่างน้อยให้มีการเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง ในเบื้องต้นสิ่งที่จะได้ผลได้เร็วก็คือทาน 

การชวนให้ผู้ซึมเศร้าทำทาน โดยเฉพาะการให้ทานที่เห็นผลได้ทันที อย่างเช่นการเลี้ยงเด็กกำพร้า 

คือสิ่งที่เราทำไปแล้ว เราก็เห็น โอ้...ทำให้คนอื่นมีความสุขได้ ก็ทำให้มีความเชื่อมั่นว่า 

ตัวเองมีอะไรที่จะให้กับโลกได้เหมือนกัน

ส่วนการภาวนาไม่ใช่ว่านั่งสมาธิจะเป็นวิธีแก้ปัญหาทุกอย่าง 

การให้คนนั่งคนเดียว นั่งหลับตา อาจจะไม่ดีสำหรับคนซึมเศร้า ควรจะให้ออกในสังคม ในสังคมคนดี 

ในการทำงานจิตอาสาหรือทำอะไรเพื่อคนอื่นให้มาก แล้วก็เจอคนที่ร่าเริง คนที่มีความสุข 

อย่าไปคลุกคลีกับคนที่ซึมเศร้าด้วยกัน

สำหรับคนซึมเศร้า ถ้าจะให้เจริญสมาธิภาวนา ก็เน้นที่ เมตตาภาวนา 

แล้วถ้าทำเมตตาภาวนาในระหว่างการเดินจงกรมก็จะดี 

ก็ไม่อยากให้ผู้ซึมเศร้าอยู่คนเดียว นั่งสมาธิคนเดียวเท่าไหร่ แต่ถ้าออกในสถานที่อย่างนี้ 

เดินใต้ต้นไม้แผ่เมตตาเปลี่ยนให้จิตใจให้ดีขึ้น 

แต่การออกกำลังกายนี้จะแก้ได้เยอะเลยโดยยังไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องจิตใจเท่าไหร่ 

ก็อยากให้ออกกำลังกายให้มาก

ชยสาโรภิกขุ

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

Dhamma together:มีคนมั่งมี ต้องมีคนยากจน มีคนโง่ มีคนฉลาด มีคนแข็งแรง มีคนอ่อนแอแต่ว่าเราปรับทางจิตใจกันได้

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

โลกนี้คนทุกคนเท่ากันไม่ได้ มันต้องมีคนมั่งมี ต้องมีคนยากจน มีคนโง่ มีคนฉลาด มีคนแข็งแรง 

มีคนอ่อนแอ สภาพสังคมมันเป็นอย่างนั้น เราจะปรับให้มันเท่ากันไม่ได้หรอก...

แต่ว่าเราปรับทางจิตใจกันได้ ปรับจิตใจให้ โอนอ่อนเข้าหากัน ผ่อนสั้นผ่อนยาวเข้าหากัน 

ไม่อยู่กันด้วยน้ำใจเหี้ยมเกรียม ปั้นหน้ายักษ์หน้ามารเข้าใส่กัน 

ไม่ใช่ยักษ์วัดโพธิ์ ยักษ์วัดแจ้ง ข้ามาตีกันที่ท่าเตียน แล้วทำให้ท่านั้นมันเตียนไปอย่างนั้นมันไม่ได้

อยู่กันแบบนั้นมันก็วุ่นวายเดือดร้อน เราจะต้องอยู่กันแบบที่ว่า หน้ามนุษย์กับหน้ามนุษย์เจอกัน

ถ้าเป็นหนังตะลุงเขาเรียกว่ามนุษย์กับมนุษย์มาเจอกัน ยักษ์กับยักษ์เจอกันไม่ค่อยได้เรื่อง มันไม่มีธรรมะ

มันก็ต้องทะเลาะกัน ตีกัน แทงกัน นั่นเพราะขาดคุณธรรม

ถ้าเรามีใจประกอบด้วยเมตตาปรานี เห็นอกเขาอกเรา

ไม่เห็นแต่อกเราคนเดียว ต้องเห็นอกเขาด้วย ไม่เอาแต่ใจเรา

ผู้เดียว ต้องเอาใจผู้อื่นบ้าง ให้รู้ว่าเขากับเราต่างมีจิตใจ

เหมือนกัน รักความสุขเหมือนกัน เกลียดความทุกข์เหมือนกัน

อะไรที่เราไม่พอใจ ไม่พึงใจ คนอื่นเขาก็ไม่ชอบใจ

ไม่พึงใจในสิ่งนั้น

การปฏิบัติต่อกันอย่างชนิดง่าย ๆ ธรรมดาสามัญก็อยู่ตรงนี้

อยู่ตรงที่ว่า เห็นอกเขาอกเรา ไม่เอารัดเอาเปรียบใคร ไม่ข่ม

เหงใคร ไม่ทำใครให้เกิดปัญหาได้ความทุกข์ความเดือดร้อน

ด้วยประการต่าง ๆ อย่างนี้ก็เรียกว่า มีใจประกอบด้วย

คุณธรรม ก็อยู่กันด้วยความสงบเรียบร้อย สัมพันธ์กับเพื่อน

มนุษย์ด้วยดี

ปัญญานันทภิกขุ

#inndhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:สร้างภูมิคุ้มใจ 1

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

***** คนเรามิได้ตายด้วยเชื้อโรคทุกคน ***** 

การติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เกิดกับผู้คนมากมาย แต่ผู้ติดเชื้อไม่ได้ตายทุกคน เพียงประมาณร้อยละ 2 

เท่านั้นที่เสียชีวิต ทั้งที่ยังไม่มียารักษา ทั้งนี้เพราะคนป่วยจะ #สร้างภูมิคุ้มกัน กำจัดไวรัสได้เองในที่สุด 

แต่คนที่ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ สู้ไม่ได้จึงอาจเสียขีวิต ไม่แต่เฉพาะไวรัสเท่านั้น ร่างกายย่อมมีภูมิคุ้มกันต่อ

เชื้อโรคหลายชนิด จึงป้องกันมิให้ติดเชื้อเหล่านั้น แต่สำหรับไวรัสใหม่อย่างโควิด-19 ไม่มีใครมีภูมิคุ้มกัน

มาก่อนเลย ถ้าเจอไวรัสนี้จึงติดเชื้อทุกคน ภูมิคุ้มกันมีผลต่อโรคอื่นอย่างเช่นมะเร็งด้วย เพื่อนของ

พระอาจารย์ เป็นมะเร็งปอดเมื่ออายุ 30 ปี รักษาด้วยการผ่าตัด และเคมีบำบัดจนหาย 5 ปีต่อมามะเร็งกลับ

ขึ้นมาใหม่ คราวนี้หมอบอกว่าไม่สามารถรักษาหายได้แล้ว เขาทบทวนตัวเองว่าที่ผ่านมา มัวแต่ทำงาน

หาเงิน แต่หมดโอกาสไม่ได้ใช้แล้ว จึงตัดสินใจเลิกงาน และมาทำงานจิตอาสา ดูแลเด็กกำพร้า คนชรา 

ได้พบว่าการทำงานช่วยเขาทำให้เกิดความสุข หลังจากเวลาผ่านไป ก็ยังไม่ตาย เมื่อไปตรวจซ้ำปรากฏ

ว่ามะเร็งหายไปทั้งที่ไม่ได้รับการรักษาใด ๆ สันนิษฐานว่า การทำงานจิตอาสา ทำให้เกิดภูมิคุ้มกันต่อ

มะเร็ง ก้อนจึงฝ่อไปได้ จนบัดนี้เขาก็ยังมีชีวิตอยู่


ความทุกข์ก็เช่นกัน มิได้เกิดกับทุกคนที่เจอสิ่งเลวร้าย 

เช่น เมื่อได้ยินคำพูดด่าทอ หลายคนก็อาจจะรู้สึกเป็นทุกข์ 

แต่คนที่มีภูมิคุ้มกันทางใจ หรืออาจเรียกว่า “ภูมิคุ้มใจ” 

จะไม่เป็นทุกข์ คนที่มีภูมิคุ้มใจเขาพิจารณาเสียงด่า สักแต่ว่า

เป็นเสียง ไม่ได้เอาความหมายมาด้วย จึงไม่ทุกข์ใจ 

 ผู้ที่ไม่มีภูมิคุ้มใจ นอกจากจะเจ็บปวดตอนที่ได้ยินแล้ว 

ก็ยังเก็บไปนึกถึงให้เจ็บใจอีกภายหลัง เหมือนกับว่ากวาด

ตะปูเศษแก้วที่ร่วงไปแล้วกลับมาบ้านแล้วเอา มาทิ่มแทงใจ

ของตัวเอง ซ้ำแล้วซ้ำอีก


ความทุกข์จะไม่เกิดขึ้น ถ้าเรา “ไม่ถือ” เช่น ถ้ามีเด็กเอาปืนฉีดน้ำมาฉีดพระอาจารย์ ท่านก็ไม่ถือสาว่า 

อะไร เพราะเด็กไม่รู้เดียงสา หากพระอาจารย์ถือ พระอาจารย์ก็คงจะโกรธ และอาจด่ากลับไปว่า 

“ไอ้เด็กเวร มาฉีดน้ำใส่ทำไม กูเป็นพระนะโว้ย” เป็นต้น แต่พระอาจารย์ไม่คิดหรือทำอย่างนั้น. แม่คน

หนึ่ง ได้ยินเสียงลูกสองคนแหย่กันในรถ หัวเราะเสียงดัง แม่รู้สึกรำคาญ จึงตวาดให้ลูกให้เงียบ เสียงลง 

เด็กก็เงียบลง สักพักหนึ่ง ลูกชายพูดขึ้นว่า “คุณแม่ลองคิดเสียว่า เสียงลูกเป็นเสียงแห่ง ความสุขจาก

สวรรค์สิครับ” อีกไม่นานเด็กอดใจไม่ไหวแหย่กันอีก คราวนี้แม่จึงถึงคำพูดของลูกแล้ว พิจารณาว่าเป็น

เสียงสวรรค์ แม่กลับรู้สึกมีความสุข ทั้งที่เสียงยังคงดังเช่นเดิม 

การสร้าง “ภูมิคุ้มใจ” ให้เกิดขึ้น ก็ด้วยการเจริญสติ หากเปรียบว่า จิตเป็นเมืองที่มีกำแพงล้อมรอบ 

เรียกว่า จิตตนคร กำแพงเมืองย่อมป้องกันข้าศึก คือความทุกข์ เอาไว้ข้างนอก ส่วนที่อ่อนแอที่สุดที่ 

ข้าศึก จะเข้ามาในเมืองได้ก็คือ ประตูเมือง. สติ ก็เป็นดังนายทวาร เฝ้าประตูทางเข้าออก ถ้านายทวาร คือ

สติไม่อยู่ ความทุกข์ก็ย่อมเข้ามารบกวนจิตได้ หากสติเฝ้าอยู่ตลอดเวลา ความทุกข์ย่อมไม่อาจเข้า 

มารบกวนจิตได้ 

ธรรมะจากโคโรนาไวรัส ปาฐกถาธรรมโดย พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล 

23 กุมภาพันธ์ 2563 

อิศรางค์ นุชประยูร เรียบเรียง ณ โรงเรียนทอสี 

ในโอกาสที่ท่านพระอาจารย์ไพศาล วิสาโล 

ได้มาบรรยายธรรมสำหรับผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนทอสี และปัญญาประทีป 

ในช่วงเวลาซึ่งโคโรนาไวรัส โควิด-19 เริ่มระบาด พระอาจารย์จึงได้ยกเป็นประเด็นในการบรรยายธรรม 

[บทความนี้เรียบเรียงจากคำบรรยายบางส่วนของพระอาจารย์จากความทรงจำของผู้เขียนเท่านั้น] 

#อ่านแล้วแบ่งๆกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #ประยุกต์ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:จิตอาสา

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...



จิตอาสา ก็คือ จิตที่ไม่นิ่งดูดายต่อสังคม หรือความทุกข์ยาก

ของผู้คน และปรารถนาเข้าไปช่วย ไม่ใช่ด้วยการให้ทาน

ให้เงิน แต่ด้วยการสละเวลา ลงแรงเข้าไปช่วย และด้วยจิตที่

เป็นสุขที่ได้ช่วยผู้อื่น จุดที่ควรเน้นก็คือจิตอาสาไม่ใช่แค่

การทำประโยชน์เพื่อผู้อื่นหรือเพื่อส่วนรวมอย่างเดียว

แต่ยังเป็นการพัฒนาจิตวิญญาณของเราด้วย

จิตอาสาต้องเกิดจากจิตที่มีความเมตตากรุณา รวมทั้งมีทัศนคติที่เห็นความเชื่อมโยงระหว่าง

เรากับสังคม เรากับเพื่อนมนุษย์ คือเห็นว่าความสุขของเราต้องแยกไม่ออกจากความสุขของ

ผู้อื่นด้วย มองในแง่ธรรมะ นั่นก็คือ การลดอัตตาหรือตัวตน ซึ่งจะช่วยทำให้ชีวิตเติมเต็มและ

มีคุณค่า ฉะนั้น จิตอาสาจึง ไม่ใช่แค่การช่วยเหลือผู้อื่นเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นการทำให้

ชีวิตของเรามีประโยชน์และมีคุณค่ามากขึ้น

พระไพศาล วิสาโล

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่านนะจ๊ะ #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:แนวคิดอาสาในพุทธศาสนา‬

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...


คนในอดีตจะเข้าใจคำว่า ‘บุญ’ กว้างกว่าคนในปัจจุบัน

ยกตัวอย่างง่ายๆ คนเมืองเพชรแต่ก่อนเวลาเขาจะปลูก

ต้นไม้สักต้น เขาจะมีคาถาเรียกว่า “คาถากลบดิน”คือ

‘พุทธัง ผลาผล นกเกาะได้บุญ คนกินเป็นทาน

ธัมมัง ผลาผล นกเกาะได้บุญ คนกินเป็นทาน

สังฆัง ผลาผล นกเกาะได้บุญ คนกินเป็นทาน’

จะเห็นได้ว่า การปลูกต้นไม้นั้นก็ถือเป็นการทำบุญ

เป็นการให้ทานที่ไม่ต้องใช้เงินเลย แต่เกิดจากจิตที่

เมตตาทั้งกับคนและสัตว์


‪#‎แนวคิดอาสาในพุทธศาสนา‬

ในสมัยก่อนนั้น ไม่มีคำว่า ‘อาสา’ แต่โดยแนวคิดก็ไม่แตกต่างจากคำว่า ‘อาสา’

สังเกตได้จากพุทธสุภาษิตมากมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เช่น มีพุทธพจน์ว่า

“ชนเหล่าใดปลูกสวน ปลูกป่า สร้างสะพาน จัดที่บริการน้ำดื่ม และบึงบ่อสระน้ำ

ให้ที่พักอาศัย บุญของชนเหล่านั้นย่อมเจริญงอกงาม ทั้งคืนทั้งวัน ตลอดทุกเวลา”

พระไพศาล วิสาโล

Select your language