แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วัฏสงสาร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วัฏสงสาร แสดงบทความทั้งหมด

Dhamma together:เป็นอิสระจากความกักขังทุกประเภท

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

ท่านเปรียบเทียบมนุษย์เราเหมือนนกเขาอยู่ในกรงแต่ไม่รู้จัก

กรง นักปฏิบัติคือนกที่เห็นกรงแล้วอยากออกไป ฉะนั้น

เป็นเรื่องธรรมดาว่าพวกไม่เห็นกรงต้อง ไม่เข้าใจการกระทำ

ของผู้ที่กำลังหาทางแหกคุก แต่คนเราที่ต้องการแสวงหาชีวิต

พ้นจากกรง อยากอยู่ในที่ๆ กระพือปีกได้ มีชีวิตที่ดีงาม

มีคุณภาพ เราต้องทำตามคำสอนของผู้มีปัญญา ผู้ที่เป็นอิสระ

จากความกักขังทุกประเภท ท่านสอนให้เราฝึกจิต การนั่ง

หลับตาจึงน่าสนใจมาก เพราะจิตใจที่ปล่อยวางความ

กลัดกลุ้ม ซึมเศร้าฟุ้งซ่านวุ่นวาย วิตกกังวล ลังเลสงสัยได้

เท่านั้นที่สามารถบินหนีจากวัฏสงสารไปได้

 

ชยสาโรภิกขุ

#อ่านแล้วแบ่งๆกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #ระดมสมองคิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา #ประยุกต์ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ชีวิตสุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:กรรมที่ทำให้สิ้นกรรมอีกทีหนึ่ง นั่นแหละคือการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...



กรรมที่ดี กรรมที่แท้จริงนั้น คือ กรรมที่ทำให้เป็นไป

เพื่อความดับทุกข์ ถ้าพูดอย่างลึกซึ้ง คือ กรรมที่เป็นที่

สิ้นสุดแห่งกรรมทั้งหลาย กรรมชั่วนั้นอย่างหนึ่ง กรรมดีนั้น

อีกอย่างหนึ่ง และกรรมที่เป็นที่สิ้นสุดแห่งกรรมดีและ

กรรมชั่ว นั้นคืออริยมรรค... เรื่องดีเรื่องชั่วนั้นเขาสอนกัน

อยู่แล้วก่อนพระพุทธเจ้า ที่พระพุทธเจ้าท่านมาสอนกรรม

อีกชนิดหนึ่ง ที่ประพฤติแล้วจะถอนความยึดถือไปได้

ทั้งในกรรมดีและกรรมชั่ว หมายความว่าทำให้กรรมดีและ

กรรมชั่วทั้งสองอย่างนี้ หมดน้ำหนัก หมดความหมาย

หมดค่า หมดอิทธพล หรือหมดวิบากไป

ผู้มีจิตใจอยู่เหนือกรรม กรรมที่ทำให้สิ้นกรรมอีกทีหนึ่ง นั่นแหละคือการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า

การเวียนว่ายตายเกิดไปตามกรรมในวัฏสงสาร นั้นเป็นเรื่องกรรม เป็นไปตามกรรมดีกรรมชั่ว

เกิดดี เกิดชั่ว เพราะกรรมที่ทำให้นิพพาน มันก็คือกรรมที่ทำให้สิ้นกรรมดี กรรมชั่ว เพิกถอน

กรรมดีกรรมชั่วออกไปหมด ก็เลยกลายเป็นกรรมที่ทำให้บรรลุนิพพาน เหนือดีเหนือชั่ว

เหนือบุญเหนือบาป เหนือสุขเหนือทุกข์

พุทธทาสภิกขุ

Select your language