แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความโกรธ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความโกรธ แสดงบทความทั้งหมด

INDHAMMA:โกรธง่าย...ไม่ดี...แต่...ไม่โกรธเลยจะดีกว่า...

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...

สำหรับความโกรธนี้ เมื่อโกรธก็เรียกว่า ความโกรธ แต่พอโกรธที่หนึ่ง มันสร้างอะไรขึ้นมาอีกชนิดหนึ่ง

ก็เรียกว่า "อนุสัยแห่งความโกรธ" ชื่อไพเราะเหลือละว่า ปฏิฆานุสัย ปฏิฆานุสัย !! 

โกรธทีหนึ่งก็จะเพิ่มปฏิฆานุสัยให้ครั้งหนึ่ง ๆ หมายความว่า พอโกรธบ่อยเข้า 

มันก็เคยชินในความโกรธมากเข้า ความชินนั้นเรียกว่า อนุสัย แล้วพร้อมที่จะหลั่งออกมา เรียกว่า "อาสวะ" 

อย่าเข้าใจว่าโกรธทีหนึ่ง แล้วก็แล้วไปนะ ถ้าอย่างนั้นจะโง่มากนะ 

โกรธทุกทีจะเพิ่มอนุสัยแห่งความโกรธ คือ ความเคยชินแห่งความโกรธนี้ ให้เข้มข้นทุกที

เพราะฉะนั้น เราจะโกรธง่ายยิ่งขึ้นทุกที 

ฉะนั้นระวังอย่าให้โกรธ แล้วก็เป็นดีที่สุด 

เหมือนกับไม่ให้อาหารแก่กิเลสตัวนี้ 

ให้มันผอมตายเสียดีกว่า ถ้าเราชอบโกรธ 

หรือปล่อยให้โกรธอย่างโง่ ๆ ไม่มีเหตุผลอยู่บ่อย ๆ ทุกวัน ๆ 

มันก็แน่นหนา อย่างที่จะไถ่ถอนไม่ได้ ยากที่จะไถ่ถอนได้ 

ฉะนั้นก็กลัวความโกรธ 

ว่ามันจะสร้างความเคยชินแห่งความโกรธ 

ให้เป็นความยุ่งยากลำบากแก่เรา 

พุทธทาสภิกขุ

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา 

 #พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี 

 #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน 

 #indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม

Dhamma together:คนโง่เท่านั้นที่จะชอบโกรธ คนที่มีปัญญาเขาไม่ชอบโกรธ

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ... 

 คนโง่เท่านั้นที่จะชอบโกรธ ถ้าคนที่มีปัญญาเขาไม่ชอบโกรธ

ที่ชอบโกรธเพราะว่ามันอร่อย มันกำลังโกรธอยู่นั้นมันรู้สึก

รสอร่อย อย่างนี้เรียกว่า อัสสาทะของความโกรธคนเขา

โกรธบ่อย ๆ เขาก็รู้สึกอร่อย แล้วเขาก็ติดในรสอร่อยของ

การได้โกรธ ได้ด่า ได้ตี ฉะนั้น คนจึงชอบด่าคน ชอบตีคน

หรือในสมัยที่มีทาสก็ทำแก่คนที่เป็นทาสได้ตามต้องการ

การตี การด่า กับพวกทาสน่ะอร่อยแก่จิตใจของนาย

นี่เรียกว่า อัสสาทะของความโกรธ คือเสน่ห์ของความโกรธ

ทีนี้โกรธเสร็จแล้วมันจึงแผดเผา เมื่อขณะที่โกรธอยู่นั้นเหมือนกับน้ำหวานอร่อย พอโกรธ

เสร็จแล้วกลายเป็นยาพิษ ฉะนั้นจึงมีอาการเหมือนกับอร่อยเบื้องต้นแล้วก็ขมขื่นทีหลัง ก็มีบาลีว่า

ปัจฺฉาโส วิคเต โกเธ - “ภายหลังเมื่อความโกรธหมดไปแล้ว”

อคฺคิทฑโตว ตปฺปติ - “เขาย่อมเดือดร้อนเหมือนถูกไฟไหม้”

เมื่อโกรธนั้นสบาย สนุก อร่อย พอความโกรธไปหมดแล้ว นึกขึ้นมาได้ ทีนี้จะเหมือนกับถูกไฟไหม้

ไฟเผาทีเดียว มีความร้อนใจ นี้ก็แสดงว่าความโกรธนั้นมันมีของอร่อย มีรสอร่อยให้ในตอนต้น

เป็นอัสสาทะนั่นเอง จำคำว่า เสน่ห์ หรือคำว่า อัสสาทะ ไว้ สำหรับศึกษาตลอดเวลา ระวังว่า

ทุกอย่างมันมีอัสสาทะ แม้แต่ความชั่วความเลว หรืออะไรก็ตาม มันมีอัสสาทะที่จะดึงคนไปหา

ดังคนไปทำ จึงเรียกว่าเหมือนกับเหยื่อ เหยื่อล่ออัสสาทะนี้ทำหน้าที่เหมือนกับเหยื่อล่อ แต่ตัวมัน

แปลว่า ความอร่อย ฉะนั้นจึงต้องระวัง เพราะว่าความโกรธมันก็มีเสน่ห์ แล้วเราไปหลงเสน่ห์มันเข้า

ก็กลายเป็นความชอบโกรธ พอไปโกรธเข้าบ่อย ๆ มันก็เป็นนิสัยที่โกรธง่ายและโกรธเร็ว

แล้วก็แก้ยาก

#๑๑๑ปีพุทธทาส

#ทบทวนธรรม

#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ ##คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา

#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก

#สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน

Dhamma together:สิ่งที่เป็นโทษเป็นความหม่นหมอง เศร้าหมองอย่างนี้แล้ว ก็จะไม่เก็บเอาไว้

พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...



เค้ามาด่าว่าเรา เก็บไว้สำหรับโกรธ สำหรับอาฆาต

พยาบาทให้นานนาน นี่มันเป็นเรื่องของคนโง่ ถ้าคนฉลาด

ก็รีบสลัดออกไป สลัดออกไป สลัดออกไปไม่เก็บเอาไว้

เค้าด่าจริงหรือเค้าด่าเท็จก็เหมือนกันแหละ ไม่เก็บเอาไว้

เค้าด่าจริงคือเป็นความจริงก็ควรให้เค้าด่า เราก็รับรู้

แล้วไม่เก็บความโกรธอันนี้เอาไว้ เค้าด่าไม่จริงเค้าแกล้ง

ด่าก็ไม่เก็บเอาไว้ก็สลัดออกไป เรียกว่าสิ่งที่เป็นโทษเป็น

ความหม่นหมอง เศร้าหมองอย่างนี้แล้ว ก็จะไม่เก็บเอาไว้

พุทธทาสภิกขุ

#หอจดหมายเหตุพุทธทาส #BIA

Select your language