พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...
|
|
ตายายท่านว่า "ดีอยู่ที่ละ" ส่วนคนสมัยนี้ว่า "ดีอยู่ที่ได้" ลูกหลานสมัยนี้พูดว่า "ดีอยู่ที่ได้" ได้เอามามากๆ ได้มาเท่าไรยิ่งมากยิ่งดี ส่วนตายายนั้นว่าดีอยู่ที่ละคือ สละให้มันหมดไป มันเถียงกันอยู่อย่างนี้ ปู่ย่าตายายพูดไปด้วย ความหมายอย่างไร เราเห็นได้ว่าท่านมีความหมาย เหมือนพระพุทธเจ้า ในข้อที่กล่าวว่า ยิ่งยึดมั่นถือมั่นเอาไว้เท่าไรก็ยิ่งเป็นความทุกข์มากเท่านั้น คือยึดมั่นถือมั่นเป็นตัวกูของกูมากเท่าไร ก็ยิ่งมีความทุกข์มากเท่านั้น |
เพราะนั้นละเสียแม้โดยจิตใจ ละออกไปไม่ยึดมั่นถือมั่นว่าตัวกูของกูนี้ก็ยังไม่เป็นทุกข์แล้ว...
ปู่ย่าตายายอยู่ด้วยความเป็นสุขสงบ ลูกหลานก็อยู่ด้วยความเร่าร้อน เร่าร้อนมากถึงขนาดที่เรียกว่า
"กลางคืนก็อัดควัน กลางวันก็เป็นไฟ" หาความสงบสุขไม่ได้ ทั้งหลับและทั้งตื่น
นี่การที่ลูกหลานมาพลิกไปเสียว่าได้จึงจะดี ไม่ยอมรับว่าละออกไปจึงจะดี ข้อที่ว่าได้จึงจะดีนี้มันหมายถึง
ได้ในทางวัตถุ เป็นเงินเป็นทอง เป็นข้าวเป็นของ เป็นเหยื่อของกิเลสตัณหาทั้งนั้น ไม่ใช่ได้มรรคผล
นิพพาน เรื่องได้มรรคผลนิพพานนั้นเป็นเรื่องละ
อย่าได้เข้าใจผิดไปว่าสิ่งที่ว่าได้แล้วก็จะเป็นการดี มันไม่มีทางที่จะเป็นการดีที่ตรงไหน
นอกจากจะเป็นปัญหายุ่งยากไปทั้งนั้น แม้จะได้มาโดยสุจริต เอามายึดถือไว้ว่าเป็นตัวกูเป็นของกูอย่างนี้
มันก็เผารนหรือขบกัดบุคคลนั้นอยู่ทั้งกลางวันกลางคืนไม่มีสร่าง มันจึงไม่มีดีที่ตรงไหน
ถึงแม้ว่าได้มาเก็บรักษาไว้แต่อย่ารู้สึกว่า "ได้" ในใจต้องละออกไปจากความเป็นของตนนี้เรียกว่าละ
มันจึงจะไม่เป็นทุกข์ ไม่วิตกกังวลเพราะการที่มีอะไรไว้หรือได้อะไรมา ให้เห็นได้ว่าคำพูดของปู่ย่า
ตายายนี้ ในข้อที่ว่าดีที่อยู่ละนี้ไม่มีทางที่จะผิดเลย เป็นการถูกต้องโดยสมบูรณ์ ไม่มีส่วน
บกพร่องอย่างใดและลูกหลานก็ยังไม่สนใจ หรือลูกหลานก็ยังไม่ยินดีที่จะประพฤติตามนี้ ก็เรียกว่า
เราไม่ได้รับของดีจาก ตายายทั้งที่หวังจะได้ "งามอยู่ที่ซากผี" นั้นก็ไม่เอาอย่างหนึ่งแล้ว
และให้ดีตรงที่ละนี้ก็ไม่เอาอีก
พุทธทาสภิกขุ
#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา
#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี
#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน
#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น