พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...
ให้ธรรมะเป็นเครื่องอบรมในการปฏิบัติอบรมจิต ในเบื้องต้น
ขอให้ทุกๆ ท่านตั้งใจนอบน้อมนมัสการ
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
ตั้งใจถึงพระองค์พร้อมทั้งพระธรรมและพระสงฆ์เป็นสรณะ
ตั้งใจสำรวมกายวาจาใจให้เป็นศีล ทำสมาธิในการอ่าน การฟัง คิด พิจารณาเพื่อให้ได้ปัญญาในธรรม
|
|
เกิด “ทุกข์” ที่ไหน ต้อง “ดับความทุกข์” ที่นั่น!!! ท่านทั้งหลายควรจะเข้าใจความข้อนี้ เพราะเป็นวิธีที่ลัดสั้นที่สุด จริงที่สุด และมีประโยชน์มากที่สุด “มีความทุกข์ที่ไหนต้องดับความทุกข์ที่นั่น” . เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ทำได้ เป็นสิ่งที่กระทำได้ เพราะพระพุทธเจ้าท่านได้ตรัสไว้ว่า... . ยงฺกิญฺจิ สมุทยธมฺมํ สพฺพนฺตํ นิโรธธมฺมํ (ยังกิญจิ / สมุทยธรรมมัง / สัพพันตัง / นิโรธธรรมมัง)สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งปวงก็มีความดับเป็นธรรมดา |
ถ้าวัฏฏสงสารมีการเกิดขึ้นเป็นธรรมดา วัฏฏสงสารก็ต้องมีความดับเป็นธรรมดา
เราอย่าได้ไปแยกออกจากกันเลย มันเกิดที่ไหนมันต้องดับที่นั่น มันขึ้นทางไหนมันต้องลงทางนั้น .
ตัวอย่างเราก็เห็นได้ชัดแล้ว ว่ามันเกิดขึ้นมาจาก“อวิชชา” ฉะนั้น เราต้องดับลงที่“อวิชชา”
ขึ้นทางไหนต้องลงทางนั้น หมายความว่า ความทุกข์เกิดขึ้นตรงไหนต้องดับที่ตรงนั้น
อย่ามัวไปหาที่ดับที่อื่นเลย . ดังนั้น ต้องหาความดับทุกข์ที่ตัวความทุกข์
เช่นเดียวกับที่พระพุทธเจ้าท่านได้ตรัสว่า...โลกนี้ก็ดี เหตุให้เกิดโลกก็ดี ความดับสนิทแห่งโลกก็ดี หนทาง
ให้ถึงความดับสนิทแห่งโลก ตถาคตบัญญัติไว้..ในร่างกายอันยาวประมาณวาหนึ่งนี้ พร้อมทั้งสัญญาและใจ
ถ้าเราจะพูดกันให้ง่ายๆ อย่างวัตถุ เราก็จงดู"ความไม่มี" ว่ามันอยู่ที่"ความมี" คือวัตถุอย่างหนึ่งตั้งอยู่
เราพูดว่ามี"ความมี" แล้ว"ความไม่มี"อยู่ที่ตรงไหน ความไม่มีมันก็ซ้อนกันอยู่ที่วัตถุนั้นเอง
อยู่ที่ความมีของวัตถุนั่นเอง ลองเอาความมีของวัตถุนั้นออกไปก็จะพบความไม่มีของวัตถุนั้นอยู่ตรงที่เดียวกัน
เพราะฉะนั้น มีความทุกข์ที่ไหน ก็มีความดับทุกข์อยู่ที่นั่น เราต้องหา"ความดับทุกข์" ที่ "ความทุกข์" เสมอไป
เช่นเดียวกับที่จะต้องหาจุดที่เย็นที่สุดที่กลางเตาหลอม หาความเย็นที่สุดจากความร้อนที่สุด
เย็นที่สุดนั้นมันอยู่ที่ร้อนที่สุด จงหาความดับที่ความเดือด ถ้าวัฏฏสงสารเป็นความเดือด
นิพพานก็ต้องเป็นความดับ และหาได้ที่ความเดือด . แต่ท่านทั้งหลายไม่เคยนึกเสียด้วยซ้ำไป
อย่าว่าแต่จะรู้หรือจะกระทำเลย แม้แต่นึกก็ยังไม่เคยนึก ทำให้เป็นคนโง่ เหมือนกับคนโง่ชนิดหนึ่งซึ่งว่า
โดยที่แท้แล้วเพชรมีอยู่ที่หน้าผากของตัว แต่ไม่เคยทราบ
ไม่เคยคลำหาเพชรแท้ๆ มีอยู่แล้วที่หน้าผากของตัว มีอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ไม่เคยทราบและไม่เคยคลำหา
นี่แหละ! คือคนที่โง่ ที่ไปหานิพพานที่อื่นจากวัฏฏสงสาร”
พุทธทาสภิกขุ
ที่มา : ธรรมบรรยาย เรื่อง “ในวัฏฏสงสารมีนิพพาน” เมื่อ ๒ มิถุนายน ๒๕๑๑
จากหนังสือ “มองด้านใน” ชุดที่ ๒
#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา
#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี
#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน
#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น