|
ภาวนาจิตไม่สงบ ศึกษาดูอะไรเป็นเหตุล่ะจึงไม่สงบ ต้องละที่เหตุล่ะ ต้องตามดู ต้องศึกษาย้อนคืนหาเหตุ จิตไม่สงบอะไรละเป็นเหตุ มันกังวลเรื่องอะไรล่ะจิตของเราน่ะ จิตถึงไม่สงบ ตามไปแก้ที่เหตุละที่เหตุ เพราะอะไรทุกอย่างเป็นผลมาจากเหตุ เล็งเข้ามาให้เห็นประโยชน์ของความไม่ประมาท รีบสร้างเอาคุณงามความดีน่ะ นี่แหละคำว่า ทานก็ดี |
เสียสละกิเลส ความโลภ ความโกรธ ความหลง เป็นทานน่ะ ได้บุญมากกว่าอย่างอื่น
ทานกิเลสความโลภ ทานแล้วเราก็ไม่โลภ ทานกิเลสความโกรธทานแล้วเราก็ไม่โกรธ
ทานกิเลสความหลงทานแล้วเราก็ไม่หลง กิเลสลดน้อยลง ชาติการเกิดของเราก็ลดลง
กิเลสหมดไปก็สิ้นภพสิ้นชาติ กิเลสมากชาติความเกิดของเราก็มากแหละ
เพื่ออนาคตเพื่อให้มันพ้นทุกข์ มันจะไปทางไหนละกิเลสของเรา สังขารความเป็นมนุษย์ไม่เที่ยงนะ
จะไปได้สังขารอะไรล่ะอนาคตข้างหน้าน่ะ อะไรทุกอย่างให้เห็นปัจจุบันนี่แหละ พูดถึงความตายก็ดี
ให้รู้ให้เห็นเมื่อยังไม่ตาย ตายแล้วดวงจิตดวงวิญญาณที่ไม่ตาย เขาจะไปที่ไหนล่ะ
รู้เห็นความตายตัวที่ไม่ตายก็จะรู้จะเห็นอีก เขาจะไปไหนเราก็ดูว่าไปแล้วเป็นสุขหรือเป็นทุกข์
ที่นั่นดีหรือไม่ดี ถ้าเป็นทุกข์ไม่ดีเราก็ตามไปแก้ แก้ภพแก้ชาติ ผู้ภาวนาตามไปดู ตัณหา ความโลภ
ความโกรธ ความหลงแหละมันจะบอก ว่าเป็นห่วงอะไรล่ะจิต นั่นแหละตัณหาจิตมันบอกแล้ว
ไปที่ไหนก็รู้แหละทีนี้ มุ่งภาวนาปล่อยวางทั้งหมด มันยึดอะไรเป็นของเรา รู้ละรู้ปล่อยวาง
ถ้าละได้ปล่อยวางได้หมดแล้ว ผู้รู้ก็ปล่อยวางอีก ปล่อยวางจากผู้รู้ไปทั้งหมด
เอาล่ะ พอแล้วพูดมากก็เหนื่อย
หลวงปู่ อว้าน เขมโก เทศน์ ณ วัดป่านาคนิมิตต์ จ.สกลนคร เมื่อ 28 พฤษภาคม 2565
#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา
#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี
#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน
#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม #ลงมือทำทันที


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น