พระพุทธองค์ทรงชี้ทางแก่ผู้มาหา...มาฝึกกับพวกเราสิ...
ผู้คนทั่วไปมักเข้าใจว่าการกินอาหารเป็นเรื่องของร่างกายเท่านั้น
แต่ความจริงแล้วมันมีผลต่อจิตใจด้วยผลในทางจิตใจนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเรากินอะไรเท่านั้น
เรากินอย่างไรก็มีความสำคัญเช่นกัน คนที่กินไปคุยไปหรือปากก็เคี้ยว ใจก็ครุ่นคิดกังวล
นอกจากอาหารจะย่อยยาก แล้ว ใจก็เครียดง่าย พาลจะเป็นโรคกระเพาะ
ยิ่งกว่านั้นพฤติกรรมการกินแบบนี้ยังบ่มเพาะนิสัยฟุ้งซ่าน แซ่ส่าย มีสมาธิได้ยาก ในทางกลับกัน
ถ้ากินอย่างถูกต้อง ไม่เพียงแต่ร่างกายเท่านั้น จิตใจก็พลอยได้รับการบำรุงเลี้ยงด้วย
อย่าลืมว่าไม่ใช่แต่ร่างกายเท่านั้นที่ต้องการอาหาร จิตใจก็ต้องการด้วยเช่นกัน
|
อาหารของจิตใจคืออะไร ? อย่างแรกได้แก่ ความสงบ การกินอาหารเป็นโอกาสหนึ่งที่จิตใจควรได้พักผ่อน หลังจากถูกใช้ไปกับการงานต่าง ๆ มากมาย ถ้าเราลองกินโดยไม่พูดคุยกับใครดูบ้าง และไม่ต้องหาเรื่องมาคิดให้วุ่นวาย ให้ใจได้รับรู้อยู่กับการกิน สัมผัสรับรสต่าง ๆ อย่างแจ่มชัด แม้จะฟุ้งซ่านไปบ้าง ก็ดึงจิตกลับมาที่การกิน |
การกระทำอย่างนี้เรียกว่า กินอย่างมีสติ
ผลที่ตามมาคือ ความสงบจะค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น สมาธิจะได้รับการพัฒนา
สติและสมาธิดังกล่าวนี้แหละที่เราสามารถเอาไปใช้เวลาทำงานทำการต่าง ๆ ได้
ไม่ใช่แต่ในเวลาอาหารเท่านั้น...
ชีวิตนั้นไม่ได้แยกเป็นส่วน ๆ เวลากินอาหาร เราจึงไม่พึงบำรุงเลี้ยงแต่ร่างกายเท่านั้น
หากเราควรบำรุงเลี้ยงจิตใจด้วย
โดยกินอย่างมีสติและสมาธิ ขณะเดียวกันก็ บ่มเพาะปัญญาให้เกิดขึ้นแก่จิตใจ ด้วยการเตือนตนให้
เห็นคุณค่าที่แท้จริงของอาหาร ไม่หลงปล่อยใจไปกับคุณค่าเทียม
พร้อมกันนั้นก็ให้ตระหนักว่าเราเป็นหนี้บุญคุณสรรพชีวิต จึงควรใช้ชีวิตให้มีความหมาย
พระไพศาล วิสาโล
#อ่านแล้วแบ่งกันอ่านหลายๆท่าน #อ่านหลายรอบ #คิดหลายๆหน #ฝึกฝนปัญญา
#พัฒนาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน #จิตรู้เท่าทันสรรพสิ่ง #ฉลาดใช้ #ชีวิตดี
#เฉลียวคิด #ชีวิตจักสนุก #สุขสงบเย็น #เฉกเช่นพระนิพพาน
#indhamma #อยู่ในธรรม #ทบทวนธรรม
.png)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น